ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม
ต้องพิจารณาภาษีเช่นเดียวกับการค้าทั่วไป กรมสรรพากรระบุว่าผู้ประกอบการ e-Commerce ที่ขายสินค้าหรือให้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ มีสิทธิและหน้าที่ทางภาษีเช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่มีหน้าร้าน
ดังนั้นไม่ว่าจะขายผ่าน Marketplace, Social Commerce หรือเว็บไซต์ของตัวเอง รายได้จากการขายยังต้องนำมาพิจารณาภาษีตามสถานะของผู้ขายว่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ ยอดขาย กับ ยอดเงินที่แพลตฟอร์มโอนเข้า เพราะ Marketplace อาจหักค่าธรรมเนียม ค่าโฆษณา ส่วนลด หรือรายการอื่นก่อนโอนเงิน ทำให้ยอดเงินเข้าธนาคารไม่เท่ากับยอดขายจริง
บุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีอะไร
กรมสรรพากรจัดเงินได้จากการขายสินค้าเพื่อการค้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) โดยผู้มีเงินได้ต้องนำรายได้มารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สำหรับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5)–(8) จะมีการยื่นภาษีครึ่งปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้ช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน และยื่นภาษีประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ตามกำหนดของกรมสรรพากร
สำหรับกิจการซื้อมาขายไป การหักค่าใช้จ่ายต้องดูประเภทกิจการและหลักเกณฑ์ที่ใช้จริง ไม่ควรเหมารวมว่าธุรกิจออนไลน์ทุกประเภทใช้เปอร์เซ็นต์ค่าใช้จ่ายเดียวกัน
ถ้าขายผ่านบริษัทต้องเสียภาษีแบบไหน
หากร้านค้าออนไลน์ดำเนินธุรกิจในรูปบริษัท รายได้และค่าใช้จ่ายจะเข้าสู่ระบบบัญชีของนิติบุคคล บริษัทต้องจัดทำบัญชีและงบการเงิน รวมถึงยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามรอบที่กฎหมายกำหนด
ข้อดีของการใช้บริษัทคือสามารถแยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวได้ชัดขึ้น แต่ต้องแลกกับหน้าที่ด้านบัญชี เอกสาร และภาษีที่เป็นระบบมากขึ้น จึงควรเริ่มเก็บรายงานยอดขาย ค่าแพลตฟอร์ม สต็อก และ Statement ตั้งแต่วันแรก
หากร้านขายหลายแพลตฟอร์ม สามารถดูวิธีจัดเอกสารได้ที่ ทำบัญชีขายของออนไลน์ Shopee Lazada TikTok ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ยอดขายเท่าไรต้องจด VAT
หากกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องตรวจหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และยื่นคำขอภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย
รายละเอียดเรื่องวันที่เริ่มนับเกณฑ์และกรณีรายรับยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท สามารถดูได้ที่ จด VAT เมื่อไหร่? รายได้เท่าไรต้องจด VAT อัปเดต 2569
เอกสารอะไรที่ควรเก็บ
Checklist เอกสารภาษีร้านค้าออนไลน์
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| รายงานยอดขาย | ใช้ตรวจยอดรายได้จริงของแต่ละแพลตฟอร์ม | อย่าใช้เฉพาะยอดโอนสุทธิ |
| รายงาน Settlement | กระทบยอดเงินที่แพลตฟอร์มโอน | ต้องแยกรายการหักต่าง ๆ |
| เอกสารซื้อสินค้า | ใช้เป็นต้นทุนและประกอบบัญชี | ควรระบุผู้ขายและรายการได้ชัด |
| ค่าโฆษณา / ค่าธรรมเนียม | ใช้บันทึกค่าใช้จ่าย | อย่าจ่ายแล้วไม่มีหลักฐาน |
| Statement ธนาคาร | กระทบยอดรับ–จ่าย | หลีกเลี่ยงการใช้บัญชีส่วนตัวปนธุรกิจ |
ข้อผิดพลาดที่ร้านออนไลน์มักเจอ
- คิดว่ายอดเงินเข้าเท่ากับรายได้ ทั้งที่แพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียมก่อนโอน
- ไม่รวมยอดขายทุกช่องทาง เช่น นับ Shopee แต่ลืมยอดจาก LINE หรือ TikTok
- ไม่ติดตามเกณฑ์ VAT จนรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทแล้วจึงเริ่มตรวจย้อนหลัง
- ซื้อของโดยไม่มีเอกสาร ทำให้พิสูจน์ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายยาก
- ใช้เงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจปนกัน ทำให้กระทบยอดและอธิบายรายการไม่ได้
Checklist ก่อนยื่นภาษี
- รวมยอดขายทุกแพลตฟอร์มแล้ว
- กระทบยอดเงินรับกับ Settlement แล้ว
- แยกค่าธรรมเนียม ค่าโฆษณา และส่วนลดแล้ว
- ตรวจสต็อกและต้นทุนสินค้าแล้ว
- ตรวจยอดรายรับสะสมเพื่อดูเกณฑ์ VAT แล้ว
- เก็บเอกสารค่าใช้จ่ายที่ตรวจสอบย้อนหลังได้แล้ว
ขายออนไลน์หลายช่องทาง แต่ไม่แน่ใจว่าภาษีเริ่มจากตรงไหน?
ส่งประเภทธุรกิจ ช่องทางขาย และยอดขายเบื้องต้นให้ทีม Account Value ช่วยจัด Checklist ภาษีและเอกสารรายเดือน เพื่อให้ร้านเตรียมข้อมูลได้ถูกตั้งแต่ต้น
กรมสรรพากร: ภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กรมสรรพากร: Clear Cut ชัดเจนกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ณ ปี 2569 การหักค่าใช้จ่ายและการคำนวณภาษีต้องพิจารณาจากประเภทกิจการ เอกสาร และข้อเท็จจริงของผู้ประกอบการแต่ละราย
