ค่าขนส่งกรณีไหนหัก 1%
กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยว่า หากการขนส่งสินค้าเข้าลักษณะเป็น การรับขน โดยไม่มีบริการอื่นประกอบ การจ่ายค่าขนส่งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย อยู่ในบังคับหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น บริษัทขนส่งรับสินค้าจากจุด A ไปส่งจุด B โดยหน้าที่หลักคือการขนสินค้า และไม่มีงานบริหารจัดการอื่นที่เปลี่ยนลักษณะของสัญญา
กรณีไหนอาจหัก 3%
หากผู้ให้บริการไม่ได้ทำหน้าที่รับขนเพียงอย่างเดียว แต่มีบริการอื่นเป็นสาระสำคัญ เช่น ชิปปิ้ง พิธีการศุลกากร จัดการคลังสินค้า ยกเคลื่อนย้าย หรือบริการครบวงจร ข้อเท็จจริงอาจเข้าลักษณะ ค่าบริการ ซึ่งมีหลักเกณฑ์หัก ณ ที่จ่าย 3%
กรมสรรพากรมีตัวอย่างที่ชี้ว่า การให้บริการชิปปิ้งพร้อมขนส่งบางกรณีอาจต้องพิจารณาเป็นค่าบริการทั้งจำนวน หากการขนส่งไม่ใช่กิจการหลักหรือไม่สามารถแยกลักษณะงานได้ตามข้อเท็จจริง
ตารางเทียบ 1% กับ 3%
เช็กเบื้องต้นจากลักษณะงาน
| ลักษณะรายการ | อัตราที่มักเกี่ยวข้อง | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| รับขนสินค้าอย่างเดียว | 1% | สัญญาเป็นการรับขน ไม่มีบริการอื่นเป็นสาระสำคัญ |
| ชิปปิ้ง / พิธีการศุลกากร | 3% | เป็นค่าบริการ ไม่ใช่ค่าระวางขนส่งเพียงอย่างเดียว |
| คลังสินค้า / จัดการสินค้า | 3% | ตรวจว่าเป็นบริการแยกจากการขนส่งหรือไม่ |
| Invoice มีหลายบริการ | ต้องแยกพิจารณา | ดูข้อเท็จจริง สัญญา และการแยกราคา |
ใบแจ้งหนี้ควรแยกรายการอย่างไร
หากบริษัทขนส่งมีหลายบริการ ควรออกใบแจ้งหนี้ให้เห็นว่าอะไรคือ ค่าขนส่ง และอะไรคือ ค่าบริการอื่น เพราะจะช่วยให้ลูกค้าพิจารณาภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ได้ถูกต้องขึ้น
การใช้คำรวมว่า “ค่าบริการโลจิสติกส์” ทั้งก้อน อาจทำให้ไม่สามารถแยกได้ว่ารายการใดเป็นการรับขนและรายการใดเป็นบริการอื่น
อย่างไรก็ตาม การแยกชื่อรายการบน Invoice อย่างเดียวไม่เพียงพอ หากข้อเท็จจริงของสัญญาเป็นงานเหมารวม ต้องพิจารณาสาระของการให้บริการจริงด้วย
ค่าขนส่งกับ VAT ต้องดูอะไร
กรมสรรพากรมีแนวทางว่าการให้บริการขนส่งสินค้าในราชอาณาจักรบางลักษณะได้รับยกเว้น VAT ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แต่บริการอื่น เช่น ชิปปิ้ง คลังสินค้า หรือบริการจัดการ อาจอยู่ในบังคับ VAT
ดังนั้นธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีรายได้หลายประเภทควรแยกรหัสรายได้และเอกสารให้ชัด เพื่อไม่ให้การออกใบกำกับภาษีผิดประเภท
เอกสารที่ควรเก็บ
- สัญญาว่าจ้างขนส่ง
- ใบสั่งงาน / ใบส่งสินค้า
- ใบแจ้งหนี้ที่แยกรายการบริการ
- หลักฐานส่งมอบสินค้า
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
- เอกสารชิปปิ้งหรือพิธีการศุลกากรตามกรณี
- Statement ธนาคาร
Checklist ก่อนหักภาษี
- อ่านสัญญาว่าเป็นการรับขนหรือบริการแบบอื่น
- ตรวจว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
- ตรวจว่ามีบริการอื่นรวมอยู่ใน Invoice หรือไม่
- แยกค่าขนส่งออกจากค่าชิปปิ้งและค่าบริการอื่นให้ชัด
- ตรวจ VAT ของแต่ละรายการแยกกัน
- ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายให้ตรงกับรายการจริง
หากธุรกิจมีรายการขนส่งจำนวนมาก สามารถดู บริการทำบัญชีรายเดือน เพื่อช่วยตรวจเอกสารและการหักภาษีเป็นรอบ
ไม่แน่ใจว่า Invoice นี้ต้องหัก 1% หรือ 3%?
ส่งตัวอย่างสัญญาและใบแจ้งหนี้ให้ทีม Account Value ช่วยดูประเภทบริการเบื้องต้นก่อนจ่าย เพื่อให้หักภาษีสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของรายการ
กรมสรรพากร: กรณีการจ้างขนส่งสินค้าและการหัก ณ ที่จ่าย 1%
กรมสรรพากร: แนววินิจฉัยค่าขนส่งและค่าบริการชิปปิ้ง
กรมสรรพากร: คำชี้แจงเกี่ยวกับค่าบริการและการหักภาษี ณ ที่จ่าย
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป อัตราหัก ณ ที่จ่ายต้องพิจารณาจากคู่สัญญา ประเภทเงินได้ และข้อเท็จจริงของบริการจริงในแต่ละรายการ
